การพลิกฟื้นของกุ้งกุลาดำไทย

การเลี้ยงกุ้งทะเลของประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) เป็นการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม (Penaeus vannamei) มาเป็นเวลามากกว่า 15 ปี สาเหตุที่กุ้งกุลาดำได้หายไปจากประเทศไทย เนื่องจากเมื่อก่อนเราต้องอาศัยพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำจากธรรมชาติ ทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรคต่าง ๆ จากธรรมชาติ นอกจากนี้ การเลี้ยงยังประสบปัญหาอัตราการรอดตายและผลผลิตต่ำกว่ากุ้งขาวแวนนาไม 2-4 เท่า ทำให้เกษตรกรไม่นิยมการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เพราะได้ผลรับผลตอบแทนต่ำ

 

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้พยายามพัฒนาสายพันธุ์กุ้งกุลาดำจากบ่อเลี้ยง เพื่อแก้ปัญหา การขาดแคลนพ่อแม่พันธ์จากธรรมชาติ อัตราการรอดตายของลูกกุ้ง ขนาดของฝักไข่ (ไข่/แม่) ซึ่งแต่เดิมจากที่เคยมีผลผลิตเพียง 1-2 แสนฟอง/แม่ สามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 1 ล้านฟอง/แม่ และที่สำคัญคือลูกกุ้งกุลาดำจากการพัฒนาสายพันธุ์มีการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอ ไม่แตกไซต์ และมีการเจริญเติบโตเร็วขึ้น และพบว่าในรุ่นที่ 10 กุ้งกุลาดำมีพฤติกรรมการกินอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป จากการกินอาหารบริเวณพื้นบ่อ เป็น การกินอาหารบริเวณกลางน้ำและผิวน้ำ เหมือนกับกุ้งขาว ซึ่งทำให้สามารถผลิตกุ้งกุลาดำจากการเลี้ยงต่อไร่เพิ่มขึ้นเป็น 3-4 ตัน/ไร่ เทียบเท่ากับผลผลิตจากการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม และสามารถทำไซด์ได้ถึงเบอร์ 3-4

 

 

จากข้อมูลของกรมประมง รายงานว่า กุ้งกุลาดำในปี 2560 มีผลผลิต 9,345 ตัน ซึ่งคาดว่า ปี 2561 ผลผลิตกุ้งกุลาดำสามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 15,000 ตัน และประเทศไทยจะสามารถผลิตกุ้งกุลาดำได้เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ประเทศผู้ผลิตกุ้งกุลาดำอื่นๆ เริ่มประสบปัญหาไม่สามารถผลิตกุ้งกุลาดำได้ เนื่องจากการเกิดโรคระบาดต่าง ๆ

Posted by oaa-admin 0 Comments

0 comments

The comments are closed

PAGE TOP